Featured

ฮานอย ประเทศเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม
ท่องเที่ยวฮานอยคราวนี้ไปจัดทริปท่องเที่ยวฮานอย อาทดลอง นิงห์บิงห์ 4 วัน จังหวะมาอย่างนี้ลางานไปเลยจ้ะ ใช้เวลาเดินทางเพียงแต่ 2 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบินนอยไบ กรุงฮานอย เป็นจังหวัดที่มีความพิเศษทางธรรมชาติมากมาย ฮานอยมีพื้นที่เป็นที่เปียกแฉะน้ำในขอบเขตอันกว้าง ตรงนี้คนไม่ใช่น้อยเรียกว่า อ่าวฮาทดลองบนแผนดินหรือฮาทดลองบก นั่นเองจ้ะ!! ตรงนี้ทางทัวร์จะให้พวกเราได้อิสระสำหรับในการช้อปปิ้งตามร้านต่างๆแล้วก็ที่ยินดีกว่านั้น แถบที่พัก มีลานเบียร์สดให้จิบกันเบาๆกับบรรยากาศเย็นสบายค่ำคืน มาถึงแล้วจะต้องทดลองเบียร์สดกันนะคะ^
กลางทางไปถ้ำตำก๊อกน้ำจะผ่านท้องนาข้าวอยู่สองข้างทาง ถ้ำตำก๊อกน้ำจะมีหินงอกหินย้อยอันน่าแปลกดวงใจ หลบซ่อนอยู่ภายใต้ความลึกของแนวเขา เทือกเขาแล้วก็สมุทรเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้ตรงนี้มีทำเลที่ตั้งที่เหมือนกับภาพวาดแหนะ
และก็ตามด้วยการนั่งรถยนต์กอล์ฟเพื่อสักการพุทธปฏิมาที่วัด BAI DINH ซึ่งเป็นวัดโบราณประจำเมืองของเมืองหลวงเก่าที่มีประวัติรวมทั้งกิตติศัพท์ของเวียดนาม มีพุทธรูปติดตั้งเรียงรายทั้งผอง 2,000 องค์ ยิ่งไปกว่านี้มีหอระฆัง ตึกเจ้าแม่กวนอิม และก็วิหารเจ้าแม่กวนอิมพันแขน วัดนี้ถูกผลิตมาถูกหลักฮวงจุ้ยแท้ๆเป็นข้างหน้าเป็นน้ำข้างหลังเป็นเขา มีแนวเขามากมาย นา ท้องน้ำ และก็มีแม้กระนั้นพืชเขียวชอุ่มแจ่มใส ยิ่งดูยิ่งงามผิดตาหาไม่ได้จากที่ไหน
ต่อไปถึงเวลาพักตอนเที่ยง เอาแรงเพื่อเดินทางสู่ดินแดนที่มังกรหลับ เมืองฮาทดลอง จังหวัด Quang Ninh ตรงนี้มีเขตแดน ชิดกับเมืองจีน ใช้เวลาสำหรับเพื่อการเดินทางตรงนี้นาน 4 ชั่วโมง ระหว่างนั้นเขามีให้แวะพักร้านค้ายาสมุนไพร หรือคนใดกันแน่จะนวดเพื่อบรรเทาตามสบาย
แวะทานมื้อเย็นเสร็จฝ่าช้อบอิสระต่อที่ตลาดยามค่ำคืนของเมืองฮาทดลอง มีของที่ระลึก ของฝาก ดังเช่น กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า ไม้หอมสลัก ฯลฯ แม่ค้าตรงนี้โดยมากกล่าวภาษาไทยได้ และก็สามารถต่อรองราคาผลิตภัณฑ์ได้ด้วยนะ
จากนี้ได้ดูความงดงามของถ้ำด่งเทียนระอุง มีหินงอกหินย้อยล้วนแล้วแต่สวย เหตุเพราะถ้ำนี้เพิ่งจะถูกศึกษาค้นพบก็เลยชอบใจมากมายเป็นพิเศษที่ได้มาดูความงดงามการประดับสีตามฝาผนังแล้วก็มุมต่างๆที่ทำขึ้นโดยธรรมชาติแล้วก็ถูกเติมแต่งโดยความสามารถมนุษย์ แสงสีที่พอดีนำมาซึ่งจินตนาการรูปร่างต่างๆอีกทั้ง มังกร นางสวรรค์ รูปคู่ชีวิตชายหนุ่มสา ฯลฯ ดูความงามของธรรมชาติถึงเวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกต่างๆแล้วเดินทางกลับสู่ท่าเรือฮาทดลอง
พักรับประทานอาหารเย็นแล้วไกด์จะพาพวกเราไปดูการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ เป็นศิลปกรรมประจำชาติซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเวียดนาม ที่ให้ดูได้เพียงแค่ตรงนี้ที่เดียวในโลก
วันสุดท้ายในกรุงฮานอย เยี่ยม สี่เหลี่ยมจัตุรัสบาดิงห์ ป่าช้าผู้นำโฮจิมินห์ ป่าช้าใส่ร่างท่านผู้นำ ปิดเฉพาะวันจันทร์กับวันศุกร์ของอาทิตย์ แล้วก็กันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน โชคดีที่มาสิงหาคมเลยไม่พลาดที่กำลังจะได้ดู แต่ว่าสำหรับผู้ที่มาในตอนปิดบริการ สามารถดูความสวยสดงดงามในบรรยากาศรอบนอกได้จ้ะ
ทิ้งท้ายด้วยมื้อเที่ยงตรงแบบจัดหนัก ทัวร์พามาจัดบุฟเฟต์นานาประเทศที่ร้านอาหาร ของกินละลานตามากมาย อร่อยจนถึงท้องตึงรับประทานแบบไม่อายความเป็นกุลสตรีไทย
หมดแล้วกับทริปที่แสนพิเศษที่ได้ท่องไปยังเมือสีสันต์ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ดุจภาพวาด ถ้าเกิดได้โอกาสได้โดดงานมาอีก ทีหน้าคงจะหนีไม่พ้นกรุงฮานอยที่มีความสงบเงียบและก็บรรยากาศอันน่าหลงไหล
Featured

ไหว้พระเมียนมาร์ รวม 5 สถานที่ทำบุญทำทาน เสริมดวงบารมี

ทัวร์พม่า
วันนี้ทางพวกเราก็เลยได้เก็บรายนาม 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระประเทศพม่านิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !1.
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อเอ๋ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนส่วนมากชอบรำลึกถึง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นลำดับแรกๆสถานที่สุดได้รับความนิยมชั้น 1 ของทัวร์ไหว้พระประเทศพม่า เพราะว่ามีรายการวิทยุแล้วก็รายการทีวีหลายรายการป้องกันอย่างยิ่งจริงๆที่จัดทัวร์ไหว้พระประเทศพม่าตรงนี้ ก็เลยไม่ฉงนใจว่าเพราะอะไรพวกเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งอย่างดีเยี่ยม
ส่วนความเป็นมาของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองกระทั่งใครๆก็ต้องการมาทัวร์ประเทศพม่าไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกศึก และก็แน่ๆว่าท้ายที่สุดเขาก็ชอบชนะซะทุกคราว นอกนั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญแล้วก็ชาวเมียนมาร์อีกด้วยว่าการมากมายราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นแนวทางสิ้นทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ และก็อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีทุกวันกำเนิดติดตั้งอยู่ 8 ด้าน ที่สามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทวดาทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์ประเทศพม่า
เว้นแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทวดาทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดาทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายคือจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแม้กระนั้นต่ำลงมากยิ่งกว่าเทวดาตามคติความศรัทธาประเทศพม่า มีบทบาทคุ้มครองปกป้องสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนประเทศพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนยกย่อง
ส่วนต้นเหตุของชื่อ เทวดาทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรตรงนี้แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมความต้องการ ก็เลยเป็นต้นเหตุของชื่อ เทวดาทันใจ และก็เป็นเลิศในมูลเหตุที่คนอีกหลายๆคนท่องเที่ยวไหว้พระเมียนมาร์
3.ทัวร์ไหว้พระประเทศพม่ากับ เทวดากระซิบบอก (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อพวกเราไปไหวเทวดาทันใจแล้ว ส่วนมากท่องเที่ยวประเทศพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการ เทวดากระซุบกระซิบ กันต่อเลย ด้วยเหตุว่าสถานที่ติดตั้งของเทวดากระซิบกระซาบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดากระซิบกระซาบมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นลูกสาวของพญานาคที่เชื่อถือพุทธอย่างยิ่ง เมื่อตายไปก็เลยเปลี่ยนเป็น นัต
ส่วนสาเหตุของชื่อเทวดากระซุบกระซิบ และก็ความอำนาจที่ยั่วยวนใจไหว้พระเมียนมาร์นั้น บอกเลยว่ามีสาเหตุมาจากคนประเทศไทยนี่แหละ แรกเริ่มชาวประเทศพม่าก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แม้กระนั้นไม่มีผู้ใดไปกระซิบกระซาบอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระเมียนมาร์ได้พาคนประเทศไทยไปและก็มองเห็นป้ายภาษาประเทศพม่าที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เพราะเหตุว่ามีพ่อค้าแม่ขายรอบๆนั้นถูกใจโหวกเหวกโวยวาย แต่ว่าไกด์หลงผิดก็เลยบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าหากจะขอพรกับเทวดาองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” ต่อจากนั้นลูกทัวร์ชาวไทยก็ไปกระซิบบอกขอพร ซึ่งแน่ๆชาวเมียนมาร์มองเห็นชาวไทยทำและก็สมหวังตามประสงค์ก็เลยเริ่มทำบ้าง กระทั่งแปลงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติท้ายที่สุด
4.สักการพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ปิ้งกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระประเทศพม่าโน่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้เอามาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่ยุคพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วม นับว่าเป็นสิ่งศักดาที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามาเป็นเวลายาวนาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็นับว่าไม่ธรรมดา เนื่องจากว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบพม่า สวยงาม งอนงาม โดยมีจุดแข็งตรงที่ตัววัดจะเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่สวย ก็เลยเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมาไหว้พระประเทศพม่าที่วัดนี้
5.สักการพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
ถ้าหากเมืองไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งยั่วยวนใจนักเดินทางแล้ว ไหว้พระประเทศพม่าก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเหมือนกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพุทธรูปปริมาณยาวราวๆ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศประเทศพม่า มีคุณลักษณะเด่นตรงที่ดวงตาที่มองหวานและก็ผ้าจีวรที่เป็นพลิ้วไหวๆส่วนตรงแกนกลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกจากนี้พระบาทยังมีลักษณะทับกันทำให้ผิดแผกแตกต่างกับศิลป์แบบไทยอีกด้วย
Featured

หิวก็แวะมา! 15 สตรีทฟู้ดสุดอร่อยเขตเมียงมองป่าดง เกาหลี

ทัวร์เกาหลี
1. กุ้งล็อบสเตอร์ปิ้งชีสประเทศเกาหลี (Korean Grilled Cheese Lobster)
เพียงแค่มองเห็นก็หิวแล้วววว ล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ สด รสหวานนน ราคาโดยประมาณ 15000 วอน หรือราวๆ 450 บาท
2. ชีสปิ้ง (Baked Cheese)
ชีสมอสซาเรลล่าทิ่มไม้แล้วเอาไปปิ้ง
3. ต๊อกโบกี / ขนมเค้กข้าว (Tteokbokki (Spicy Rice Cakes) )
เป็นขนมเค้กสิ่งของประเทศเกาหลี ที่ทำเป็นทรงกระบอกแต่งรสด้วยซอสวัวยกจัง (ซอสเผ็ดสไตล์ประเทศเกาหลี) รวมทั้งบางทีอาจจะใส่ ไข่ เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือชีส เพิ่มไปก็ได้ และก็รายการอาหารนี้มีอยู่แทบทุกที่ในเมียงมองป่าดง!
4. จาจังมยอน / บะหมี่ดำ (Jajangmyeon)
หนึ่งในรายการอาหารสุดได้รับความนิยมที่มองเห็นกันเป็นประจำในซีปรี่ย์ ประเทศเกาหลีเป็นบะหมี่ราดแล้วก็คลุกด้วยซอสข้นที่ทำมาจากชุนจัง ผัดกับผัก เนื้อหมูหั่น หรือใส่อาหารทะเลลงไปเพิ่มด้วย!
5. ฟิชขนมเค้ก / ลูกชิ้นปลา (Fishcake (Eomuk))
คล้ายทอดมัน ลูกชิ้นปลา บ้านพวกเรา แต่ว่าทำเป็นแท่งๆมีผัก เนื้อปลา รวมทั้งแป้งผสมกัน แล้วค่อยนำไปทอด มีหลายรส
6. คิมบับ / ซูชิประเทศเกาหลี (Gimbap )
คิมบับของประเทศเกาหลี คล้ายกับซูชิของประเทศญี่ปุ่น ใส่ผักดอง หั่นในขนาดพอดิบพอดีคำ คิมบับกับซูชิจะไม่เหมือนกันตรงที่คิมบับใช้น้ำมันงาคลุกอาหารแทนน้ำส้มสายชู
7. มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบทิ่มไม้ (Twist Potato with Sausage)
อันนี้คล้ายบ้านพวกเรา เป็นวาวฝรั่งทอดทิ่มไม้เป็นเกลียวๆแต่ว่ามีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกชั้นนึง โรยด้วยผงแต่งรส
8. ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ (Deep Fried Giant Squid (Ojingeo Twigim))
ปลาหมึกยักษ์ทอด ทิ่มไม้แบบวิจิตรตระการตา โรยด้วยเกลือ
9. ไก่ทอดประเทศเกาหลี (Korean Fried Chicken (Yangnyeom Tongdak))
ไก่ทอดประเทศเกาหลีราสด้วยซอสข้นรสหวานๆเผ็ดๆ
10. กวยเตี๋ยวฝัดสไตล์ประเทศเกาหลี (Korean Style Yaki Noodles)
ใบหน้าคล้ายฝัดไทบ้านพวกเรา แต่ว่าอันนี้จะใส่เนื้อหมู กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ แครอท แต่งรสด้วยซอสวัวยกจังเพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อน
11. ผัดวุ้นเส้นประเทศเกาหลี (Bulgogi Beef and Japchae)
ผัดวุ้นเว้นผสมกับเนื้อและก็ผัก แต่งรสด้วยน้ำมันงา ซอสถั่วเหลืองแล้วก็น้ำตาล
12. ไก่ย่างสไปซี่ประเทศเกาหลี (Korean Spicy Chicken Skewers (Dakkkochi))
คล้ายบาร์บาร์บีคิวไก่แทงไม้ปิ้ง ราดด้วยซอสเผ็ดหวาน
13. ทัคคาลบี้มีทบอล (Tteokgalbi Meatballs)
ทัคคาลบี้ รายการอาหารสุดคลาสิกของประเทศเกาหลี ทำมาจากเนื้อเอามาสับๆปั้นเป็นก้อนกลมๆและจากนั้นก็เอามาทอด ทิ่มไม้แล้วราดด้วยซอส
14. แพนขนมเค้กกิมจิ (Kimchi Pancake (Kimchijeon))
แพนขนมเค้กที่ทำมาจากกิมจิผสมกับเนื้อหรือทูน่า ไข่รวมทั้งแป้ง เสิร์ฟพร้อมน้ำปรุงรส
15.สเต๊กเนื้อสไตล์ประเทศเกาหลี (Korean Style Bulgogi Steak)
สเต๊กเนื้อย่างแต่งรสด้วยงา สาหร่ายและก็ซอสบุลโกกิ

5 ยอดเยี่ยมสถานที่เที่ยวในเวียดนามที่คุณต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อเอ่ยถึงเวียดนามใครๆก็ชอบนึกถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่ทราบไหมมีสถานที่เที่ยวใหม่ๆน่าดึงดูดอีกเพียบเลยในเวียดนามที่ในตอนนี้กำลังเป็นกระแสเป็นอย่างมากๆที่คุณไปเวียดนามจำเป็นต้องไม่พลาด เรามาอัพเดทกันวันเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำต้องสุดๆ5 สถานที่ที่ไหนกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. เที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดดอย อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังราวๆ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา ภูเขาบานา เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยด้านบนเป็นบ้านพักแล้วก็โฮเต็ลของชาวประเทศฝรั่งเศสยุคเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 หลังการสู้รบชาวประเทศฝรั่งเศสแพ้กลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่หลายปี ตราบจนกระทั่งถูกกลับมาบูรณะเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกรอบในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างกระเช้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับในการนั่งกระเช้าจากข้างล่างขึ้นไปข้างบน ค่าใช้สอยสำหรับในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ช่วงแรกมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และช่วงที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดดอย มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ บานาฮิลล์ ถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่เป็นที่รู้จักจากประเทศออสเตรเลีย อุปกรณ์รวมทั้งเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดเส้นทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งผอง 94 เคบิน ตะกร้ามีอีกทั้งแบบเปิดโล่งเตียนโอเพ่นแอร์กับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ข้างในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.เที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และก็ยังรวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยและก็น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของโลก แล้วก็วันนี้เราจะขอชี้แนะสถานที่เที่ยวที่มีอีกทั้งความงาม และความซาบซึ้ง

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างหมายถึงถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำชอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากด้านในถ้ำ แล้วก็ได้รับการยินยอมรับจาก นักตรวจสอบถ้ำทั่วทั้งโลกว่า เป็นถ้ำอันดับที่หนึ่งของโลก เหตุเพราะเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการตัวอย่างเช่น น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำสูงที่สุด ยาวที่สุด แล้วก็กว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) เป็นอีกหนึ่งจุดหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากมายแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสะดุดตาทางธรรมชาติและทางธรรีวิทยา ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยน้ำแข็ง (หรือราวๆ 400 ล้านปี) โน่นก็เลยส่งผลให้อุทยานแห่งนี้มีตำแหน่งที่ตั้งแบบหินปูนที่เก่าแก่ที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จะ (Bo Trach) และก็อำเภอไม่ญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) และก็ติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาทางใต้ราว 500 กิโล ภายในเขตอุทยานมีกรุ๊ปหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร สวนนี้มีชื่อในความสวยสดงดงามของถ้ำที่มีอยู่จำนวนไม่ใช่น้อย รวมทั้งยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีลำธารใต้ดินขนาดใหญ่

3.เที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวฮาลอง คือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกที่ในประเทศเวียดนามที่กิตติศัพท์โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งนักเดินทางทุกคนไม่สมควรพลาดชม โดยที่นี่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากหน่วยงานองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติเพราะว่ามีความสวยสดงดงามของธรรมชาติมาก

ฮาลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาทดลองตั้งอยู่ทางทางเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ในพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางตะวันออกโดยประมาณ 170 กิโลเมตร รวมทั้งอยู่ใกล้กับประเทศจีน ฮาทดลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งปวง 1,500 ตารางกิโลเมตร มีริมฝั่งยาว 120 กม. มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวสมุทร บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นกับอย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความงดงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long หมายถึง อ่าวมังกรผู้ดำตรง ตามตำนานประชาชนเวียดนามบรรยายกันว่า ในอดีตกาลที่ชาวเวียดนามกำลังทำศึกกับจีน เทพเทวดาได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งถัดมามังกรกลุ่มนี้ได้ดำตรงลงสู่ท้องทะเลบริเวณอ่าวฮาลอง ทำให้มีอัญมณีแล้วก็หยกพุ่งกระเด็นออกมากลายเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะป้องกันผู้รุกราน และก็บางตำนานพูดถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งเชื่อว่าอาศัยอยู่ที่รอบๆก้นอ่าว

4.ท่องเที่ยวเมืองซาปา ท้องนาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาปา เป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่มีเสน่ห์สูงที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยทำเลที่ตั้งอันสวยที่รุมล้อมไปด้วยภูเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปีทำให้รุ่งเช้าของตรงนี้มีไอหมอกปกคลุมสวย ในแต่ละปี ซาขว้าง ก็เลยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งโลกให้แวะเวียนมาท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาปา เป็นเมืองเล็กๆที่นักเดินทางฝรั่งเริ่มเดินทางมาพักตั้งแต่ยุคที่ประเทศฝรั่งเศสยังปกครองประเทศเวียดนาม โดยชาวยุโรปชอบพอตรงนี้เพราะเหตุว่าอากาศดีและก็เงียบสงบ ต่อมาซาปาจึงเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายหมื่นคนต่อปี

5.ท่องเที่ยวหมุยแหน ภูเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักเดินทางที่เดินทางมายังที่ที่นี้ยืนยันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเพราะภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายๆคนคุ้นเคยกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับริมฝั่ง จึงมีแดดและลมที่แรงมากทีเดียว ที่นี่มีเนินทรายอยู่ 2 แห่งเป็นภูเขาทรายขาวและก็เทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และมีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยสำหรับภูเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่เป็นที่นิยมมากยิ่งกว่าในสายตาของคนถ่ายรูป เนื่องด้วยสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีสวยกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่างซึ่งเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

ข้อมูลเพิ่มเติม : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ขณะที่เยี่ยมที่สุดสำหรับในการมาท่องเที่ยวเป็น ตอนเวลาเช้าหรือไม่ก็เวลาเย็น เพราะว่าช่วงกลางวันถึงตอนบ่ายนั้นอากาศแล้วก็แดดแรงมากมาย
เป็นยังไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ กล่าวได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้ตรวจตราท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วยจ้ะ

ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย ด้วยเหตุว่าภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายท่านรู้จักดีกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้กับหาดทราย ก็เลยมีแดดรวมทั้งลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 ที่ คือ เทือกเขาทรายขาวและก็ภูเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang แล้วก็มีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วย สำหรับภูเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่เป็นที่นิยมมากกว่าในสายตาของคนถ่ายภาพ ด้วยเหตุว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตหมายถึงการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่าง ซึ่งวัสดุอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

ข้อมูลอื่นๆ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แม้กระนั้นตอนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับในการมาท่องเที่ยว คือ ช่วงเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็นเพราะช่วงกลางวันถึงช่วงบ่ายนั้นอากาศแล้วก็แดดจัดมาก
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและก็ประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้ตรวจตราท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

5 สถานที่เที่ยวในประเทศพม่าที่คุณต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

ถ้ากล่าวถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย โดยมากคนไม่ใช่น้อยมักคิดถึงการไปไหว้พระแค่นั้น แต่ว่าข้อเท็จจริงประเทศพม่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายสไตล์ ที่มีค่าแก่การไปสัมผัสสักครั้ง วันนี้เราเก็บ 5 สถานที่เที่ยวเมียนมาร์ นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีที่ไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองพูกาม สมุทรเจดีย์และวิถีชีวิตแบบประเทศพม่าๆ
ถือเป็นโชคดีของชาวพูกาม ที่ศาสนาพุทธเจริญก้าวหน้าถึงขีดสูงสุดเช่นกันในขณะนั้น ทำให้พระเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พระองค์สร้างเจดีย์แห่งแรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” หลังจากนั้นกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รวมทั้งผู้มีอันจะกินทั้งหลายในพม่าก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด อาจเนื่องจากความเชื่อที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่มหึมาเท่าใด ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากมายแค่นั้น

อาณาจักรพุกามเคยก้าวหน้าขนาดไหนพวกเราอาจไม่ต้องนำเสนอ ด้วยเหตุว่าเกือบ 1,000 ปีที่ล่วงเลยไปทุกๆอย่างได้พิสูจน์ตนเองไปเป็นระเบียบแล้ว ตัวเราต่างหากที่จำเป็นต้องมาพิสูจน์ความใหญ่โตนั้นด้วยตาของเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือเพียงแค่ 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่ทราบว่าอีกหน่อยจะเหลือให้มองแค่ไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
แม้โลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันเลยดีกว่า! สถานที่เที่ยวในเมียนมาร์ อีกแห่งที่อยากเชื้อเชิญคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom ถือเป็นสวนน้ำที่แรกของพม่า ตั้งอยู่ในเมืองปิ้งกุ้ง ตรงนี้คุณจะได้พบกับสไลด์เดอร์สุดแจ๋วระดับโลก อีกทั้ง “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้ท่านไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กม./ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้คุณรวมทั้งสหายๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกด้วยกัน ผ่านท่อสีเขียวที่วนเวียน ยาวกว่า 60 เมตร! ยิ่งกว่านั้นยังมีโซนสำหรับหนูน้อยอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการเครื่องอำนวยความสะดวกทั้งยังล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก อย่างครบถ้วน หนีร้อนไปสนุกกับสวนน้ำในย่างกุ้งกันดีกว่า

3. ท่องเที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้โบราณ ที่แก่กว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น เราสามารถเดินชมสะพานไม้ไปเรื่อยได้ รวมทั้งยิ่งในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศรอบๆบริเวณสะพาน จะมองเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์เป็นประกายกับสายน้ำ นอกจากจะได้ชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นและก็ตกแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตของคนเมียนมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดตราตรึงใจกันอย่างยิ่งจริงๆ

ของร้านค้าขายน้ำดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ดูพระอาทิตย์ตกในทะเลสาบ แถมมีปลารวมทั้งกุ้งสดๆจากทะเลสาบ ให้ได้ชิมรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วรอดูพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย วิธีสุดท้ายเป็นวิธีที่เสียตังต่ำที่สุดเป็นสามารถยืนชมทิวทัศน์บนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละอย่างจ้า

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด และก็วิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่ตรงกลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ราษฎรใช้ชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? คือชาวบ้านเค้าก่อสร้างบ้านและก็อาศัยกันในทะเลสาบเลยเอ็งรเอ้ยยย ต่อไปนี้เนี่ย แน่นอนการดำรงชีวิตรวมทั้งการเพาะปลูกหรือเกษตรกรรมของเค้าจะต้องเกี่ยวกับทางทะเล ยกตัวอย่างเช่น การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การสร้างบ้านแบบเสาค้ำกลางน้ำ รวมทั้งยานพาหนะต้องอย่างเรือ ที่แน่ๆมีจอดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลคือพรสวรรค์ของชาวอินค้างเนี่ยล่ะ การนำยเรือด้วยเท้าข้างเดียวในการเดินทางรวมทั้งจับสัตว์ในน้ำที่ไม่มีใครเหมือนในโลก ดังมากเว้ย ดังจนกระทั่งที่นี่เป็นอีกจุดมุ่งหมายนึงที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องมาดูเลยแหละ ทราบอย่างงี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต แห่งทะเลเมียนมาร์.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในสมุทรอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากริมฝั่งจังหวัดระนองเพียงโดยประมาณ 81.2 กม.แค่นั้น เกาะแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีริมทะเล มีช่องว่างอยู่กลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ ถ้าหากมองจากมุมสูงจะมีความคิดเห็นว่าช่องกึ่งกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น ผนวกกับรอบๆรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวขจี ทำให้รูปร่างหัวใจนี้เห็นเด่น จนได้รับการขนานนามจากคนไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งฝรั่งจะรู้จักกันในนาม “Hidden Lagoon”

เห็นไหมล่ะว่า การไปท่องเที่ยวเมียนมาร์ ก็ไม่ได้มีแม้กระนั้นการไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สิ่งเดียวเพียงแค่นั้น ประเทศพม่ายังมีแหล่งธรรมชาติงามๆอีกมากมาย ถูกใจคนชอบเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ หากได้โอกาสลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การเที่ยวประเทศพม่ากว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 สถานที่เที่ยวในเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเป็นอันขาด อัพเดท 2018

ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เนื่องจากว่าใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแต่ 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว รวมทั้งยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย แม้จะเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีนั้นในความเป็นจริงแล้วมีมากมายหลายที่ ดังนั้นใครกันแน่กำลังแพลุกลนไปเที่ยวหรือกำลังตกลงใจว่าจะท่องเที่ยวประเทศไหนดี ทดลองตามมามอง 15 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในประเทศเกาหลี แล้วจะต้องอยากท่องเที่ยวแน่ๆ

1. ราชสำนักเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
พระราชสำนักเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “พระราชวังคยองบกกุง” เป็นอีกทั้งสัญญลักษณ์และก็สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล วังที่มีขนาดใหญ่แล้วก็เก่าแก่ที่สุดในกรุงโซล สร้างขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระเจ้าแทโจ วงศ์สกุลโชซอน แต่ก่อนนั้นด้านในพระราชวังมีตึกและพระราชวังต่างๆมากยิ่งกว่า 200 หลัง แต่เมื่อมีการรุกรานของประเทศญี่ปุ่น อาคารส่วนมากก็ได้ถูกทำลายลงหลงเหลืออยู่เพียง 10 ข้างหลังเพียงแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนตำหนิค Namiseom Island
เกาะนามิมีสาเหตุมาจากผลของการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่โดยประมาณ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อในหมู่คนประเทศเกาหลีมานานเพราะว่ามีธรรมชาติที่สวยยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติดังเช่นว่า กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมถึงนกกระจอกเทศด้วย รวมทั้งที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมดทั้งปวง เพียงรักษาความยุติธรรมชาติเอาไว้ โดยช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมามากที่สุดจะเป็นตอนฤดูใบไม้ร่วง เพราะต้นไม้มากที่นี่จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยยิ่งไปกว่านั้นทางเท้าใต้ต้นแปะก๊วยที่จะแปลงใบเป็นสีเหลืองสดสวยสดงดงามมากมาย แต่ว่าตรงนี้คนจะมากตลอดทุกฤดู

3. รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นหนึ่งในจุดดูซากุระที่สวยอันดับต้นๆของเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถแลเห็นรถไฟที่วิ่งมาจอดที่สถานีพร้อมทั้งทิวทัศน์อุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในช่วงราวต้นเดือนเดือนเมษายน สถานีรถไฟคยองฮวาแห่งนี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้งานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แต่ว่าจะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในตอนเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลชมดอกซากุระที่จัดเป็นอย่างมากใหญ่ของเมืองจินแฮ แต่ว่ารถไฟนั้นจะมิได้มาหยุดที่สถานี ก็แค่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream เป็นเลิศในจุดที่เป็นที่รู้จักเยอะที่สุดสำหรับการชมดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มมีชื่อเสียงกันหลังจากซีรีย์เรื่อง Romance ออกอากาศเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้ลำคลองที่นี้เป็นฉากสำหรับเพื่อการถ่ายทำ ดังจนกระทั่งมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ผ่านลำคลองตามชื่อซีรีย์ซึ่งก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆม.ย.ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาลดูดอกซากุระ ที่ลำคลองแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักเดินทางที่เดินทางมาดูความสวยสดงดงามของดอกซากุระ สามารถเดินเที่ยวได้ข้างบนสะพานรวมทั้งข้างล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคูน้ำ และก็ยังมีดอกเรปซีดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กออกดอกสีเหลืองบานพร้อมซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการเสริมแต่งตกแต่งรอบๆคลองในตอนที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันแจ่มใสมาแขวนไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจน่ารักน่าเอ็นดูๆและก็ในตอนช่วงกลางคืนก็จะเปิดไฟตกแต่งสวยมากมาย

5. เขตช้อปปิ้งเมียงมองป่า หรือ มยองป่า
บริเวณช้อปปิ้งเมียงป่า หรือ มยองดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่แกนกลางกรุงโซล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมและก็คักคักที่สุดของกรุงโซล ยั่วยวนใจนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังยังสามารถเดินทางได้สะดวก นับว่าเป็นศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ แล้วก็วัฒนธรรมเลยทีเดียว ข้างในตลาดเมียงป่าเต็มไปด้วยร้านรวง รวมทั้งห้องอาหารนับไม่ถ้วน เป็นเลิศในสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวแล้วก็นักช้อป

ห้าง
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด เป็นต้นว่า ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างคุ้นชินเซแก(Shinsegae) ส่วนร้านอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมทั้งร้านค้าเคลื่อนที่ข้างถนนที่จำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องแต่งตัว สินค้าอื่นๆในราคาถูก แล้วก็อาหารว่างแสนอร่อย โดยเถ้าแก่จำนวนมากสามารถพูดภาษาอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น จีน แล้วก็ไทยได้

เป็นอย่างไรกันบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามชมการจัดสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกเยอะแยะจริงๆประเทศนี้ท่องเที่ยวยังไงก็ไปไม่หมดกล้วยๆหวังว่าสหายๆคงจะถูกใจ และติดตามบทความของเรา คนไหนกันแน่ถูกใจโปรดแชร์ให้สหายๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วเจอกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

ไหว้พระประเทศพม่า รวม 5 สถานที่ทำบุญทำทาน เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางพวกเราก็เลยได้รวบรวมรายนาม 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระเมียนมาร์นิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อเอ่ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนโดยมากชอบระลึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นลำดับที่หนึ่งสถานที่สุดได้รับความนิยมอันดับ 1 ของทัวร์ไหว้พระประเทศพม่า เนื่องมาจากมีรายการวิทยุและก็รายการทีวีหลายรายการกันเลยทีเดียวที่จัดทัวร์ไหว้พระพม่าตรงนี้ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งอย่างดีเยี่ยม
ส่วนที่ไปที่มาของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองจนกระทั่งใครๆก็อยากมาทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกศึก และก็แน่นอนว่าในที่สุดเขาก็มักจะชนะซะทุกหน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อของชาวมอญและก็ชาวพม่าอีกด้วยว่าการมากราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นวิถีทางพ้นทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บแล้วก็อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีทุกวันเกิดประดิษฐานอยู่ 8 ทิศ ซึ่งสามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทวดาทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์เมียนมาร์
เว้นเสียแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทวดาทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายถึงจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแต่ว่าต่ำยิ่งกว่าเทวดาตามคติความศรัทธาเมียนมาร์ มีหน้าที่ปกป้องสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนเคารพ
ส่วนสาเหตุของชื่อ เทพทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรตรงนี้แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมความต้องการ จึงเป็นต้นเหตุของชื่อ เทพทันใจ แล้วก็เป็นเยี่ยมในต้นเหตุที่คนอีกหลายๆคนท่องเที่ยวไหว้พระประเทศพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระประเทศพม่ากับ เทพกระซุบกระซิบ (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อพวกเราไปไหวเทวดาทันใจแล้ว ส่วนใหญ่เที่ยวเมียนมาร์จะพาไปไหว้พระ สักการ เทวดากระซิบบอก กันต่อเลย เพราะเหตุว่าสถานที่ตั้งของเทวดากระซิบกระซาบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดากระซิบมีชื่อเรียกในภาษาพม่าว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรสาวของพญานาคที่เลื่อมใสพุทธอย่างยิ่ง เมื่อตายไปก็เลยเปลี่ยนเป็น นัต
ส่วนสาเหตุของชื่อเทวดากระซุบกระซิบ และความศักดิ์ที่เย้ายวนใจไหว้พระพม่านั้น บอกเลยว่ามีต้นเหตุมาจากคนประเทศไทยนี่แหละ ตอนแรกชาวเมียนมาร์ก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แต่ว่าไม่มีใครไปกระซิบบอกอะไร กระทั่งวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระเมียนมาร์ได้พาชาวไทยไปรวมทั้งเห็นป้ายภาษาพม่าที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เนื่องมาจากมีพ่อค้าแม่ขายบริเวณนั้นชอบโหวกเหวกโวยวาย แม้กระนั้นไกด์หลงผิดก็เลยบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าหากจะขอพรกับเทวดาองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” ต่อไปลูกทัวร์คนประเทศไทยก็ไปกระซิบกระซาบขอพร ซึ่งแน่นอนชาวประเทศพม่ามองเห็นชาวไทยทำแล้วก็สมหวังตามมุ่งหมายก็เลยเริ่มทำบ้างจนกระทั่งแปลงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในที่สุด
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ย่างกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระพม่าโน่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้นำมาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่สมัยพระเจ้าบุเรงท่วม ถือเป็นสิ่งศักดิ์ที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามาเป็นเวลายาวนาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบประเทศพม่า งาม งอนงาม โดยมีข้อดีตรงที่ตัววัดจะเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่งาม ก็เลยเหมาะมากที่จะมาไหว้พระเมียนมาร์ที่วัดนี้
5.สักการะพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
ถ้าเมืองไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งล่อใจนักท่องเที่ยวแล้ว ไหว้พระเมียนมาร์ก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเช่นเดียวกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพระพุทธรูปขนาดยาวโดยประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศประเทศพม่ามีจุดเด่นตรงที่ดวงตาที่ดูหวานรวมทั้งผ้าจีวรที่เป็นพลิ้วๆส่วนตรงแกนกลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกเหนือจากนั้นพระบาทยังมีลักษณะซ้อนกันทำให้แตกต่างกันกับศิลป์แบบไทยอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

10 สิ่งที่จะต้องทราบแล้วก็ควรจะทำเมื่อท่องเที่ยวในพม่า

1. จัดเวลามากยิ่งกว่า 1 สัปดาห์ในการเที่ยวท่องเที่ยวชม
การเที่ยวพม่าจะต้องใช้เวลามากกว่า 1 อาทิตย์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สะดวกนักและก็เส้นทางที่ยาวไกล 1 อาทิตย์ดูเหมือนจะรีบร้อนเกินไปและยังท่องเที่ยวได้ไม่ทั่ว หากคุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้วางแผนทางท่องเที่ยวบริเวณสถานที่สำหรับท่องเที่ยวหลัก 4 ที่โดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักแห่งรวมทั้งบินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปและก็รับประทานให้กระจัดกระจายในย่างกุ้ง
ย่างกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากยุคอาณานิคมกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองชวนให้คิดถึงสมัยก่อนที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในตอนที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองงามเป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาอันก้าวหน้า ตรงนี้ชุมชนคนจีน เนปาล และก็อินเดียตั้งอยู่เคียงคู่ชุมชนชาวประเทศพม่า ที่พักราคาเริ่มต้นที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่พูกาม
พุกาม ดินแดนลึกลับเหนือกาลเวลานี้เป็นที่ตั้งของสงฆ์กว่า 2,000 แห่งที่ผลิตขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่าสวย ไปจนกระทั่งวัดเล็กๆที่สร้างอย่างประณีตบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเสมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ตรงนี้ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (ราวๆ 600 บาทต่อวัน) แม้กระนั้นการขี่จักรยาน (ราว 90 บาทต่อวัน) เป็นแนวทางเดินทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับในการท่องเที่ยวแบบเต็มวันและก็ปฏิบัติตนกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในพูกาม ราคาเริ่มต้นที่ 5xx บาท
4. ค้นพบความเงียบสงบรวมทั้งจารีตประเพณีดั้งเดิมที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศพม่า) เป็นราวกับกระจกสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือและลำคลองที่ใช้คนขุด ที่นี่ยังคงรักษาจารีตโบราณ(และชาวตังเกที่พายเรือด้วยเท้าด้านเดียว) บรรยากาศเงียบสงบ แล้วก็การค้าแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และก็สวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล หากต้องการชมทะเลสาบแบบสงบไม่ต้องฝ่าผู้คนเราขอเสนอแนะให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มรสของอร่อย และหัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันงดงาม
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันมากมายให้ทำกระทั่งล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการชมวิวเมืองจากยอดดอยมัณฑะเลย์ ภายหลังที่ตะลอนทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ แล้วก็หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มลองอาหารใหม่ๆจากร้านหาบเร่สองข้างทางซึ่งมีเยอะมากเสียจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั้งเมือง และหัวเราะให้สนั่นกับพี่น้องหนวดนักเล่นตลกการเมืองที่จัดการแสดงตลกขบขันทุกวันในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน และนั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
ถ้าหากการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังเร้าใจไม่พอ ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกน้ำเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในพม่า รถไฟสายที่จะทำให้ท่านใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองลงมาให้ได้ เนื่องจากว่าความสูงที่น่าหวาดเสียวจะมีผลให้คุณลืมไม่ลงไปอย่างยิ่งจริงๆ
7. ลงใต้ไปเยือนเกาะสรวงสวรรค์ หมู่เกาะมะริด พม่า
เพราะเขตตอนเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปได้ ทางใต้จึงเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าเนื่องจากว่าได้เปิดให้ท่องเที่ยวชมได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งและทวายเป็นเส้นทางที่ไม่มีอะไรเทียบได้และก็ให้บรรยากาศแคว้นสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าพิศวง เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่สวยไม่น่าเชื่อโดยคุณสามารถวางแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือรวมทั้งทัวร์แบบค้างหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มต้นที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองโอกาสคือ ฤดูท่องเที่ยวในต.ค.ถึงกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแต่มีนักท่องเที่ยวล้นหลามและก็ตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างเดือนกุมภาพันธ์/มี.ค. ถึง พ.ค.ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าแต่ว่าอากาศก็ร้อนอย่างยิ่ง ทดลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโฮเต็ล อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในประเทศพม่าคุณจะต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งแลกเปลี่ยนเงินใกล้บ้านหรือในกรุงเทพมหานคร แล้วนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดพอดีสนามบิน เกสท์เฮ้าส์ หรือแบงค์ในประเทศพม่า เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทางดังเช่นว่า ของกิน ค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทาง และก็ของฝาก ในประเทศพม่ามีตู้เครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติเฉพาะในเมืองใหญ่ 
10. ขับร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในพม่า
รักจะท่องเที่ยวประเทศพม่าจำเป็นต้องทำความเข้าใจที่จะสนุกสนานไปกับการเดินทางบนรถบัสอันช้านาน เพราะเหตุว่าเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั่วราชอาณาจักร รถบัสหลายคันจะออกเวลาบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในตอนค่ำ หรือรุ่งสางพรุ่งนี้ บนรถบัสมักจะมีคาราโอเกะไว้บริการและก็บางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถยนต์ออกไปจนถึงจุดหมายเลยทีเดียว

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ไหว้พระประเทศพม่า รวม 5 สถานที่ทำบุญทำทาน เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางพวกเราก็เลยได้สะสมรายนาม 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระประเทศพม่านิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อเอ่ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะระลึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นอันดับแรกๆสถานที่สุดได้รับความนิยมชั้น 1 ของทัวร์ไหว้พระพม่า เนื่องด้วยมีรายการวิทยุแล้วก็รายการทีวีหลายรายการป้องกันเลยทีเดียวที่จัดทัวร์ไหว้พระพม่าตรงนี้ ก็เลยไม่สนเท่ห์ใจว่าเพราะอะไรเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองย่างกุ้งอย่างดีเยี่ยม
ส่วนที่มาที่ไปของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองจนถึงใครๆก็ต้องการมาทัวร์ประเทศพม่าไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงนอง มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกรบ และก็แน่ๆว่าสุดท้ายเขาก็ชอบชนะซะทุกหน ยิ่งกว่านั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญรวมทั้งชาวเมียนมาร์อีกด้วยว่าการมากมายราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นแนวทางสิ้นทุกข์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บรวมทั้งอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีประจำวันกำเนิดติดตั้งอยู่ 8 ทิศ ซึ่งสามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทพทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์เมียนมาร์
เว้นเสียแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์พม่าไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทพทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดาทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” ซึ่งก็คือจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแต่ว่าต่ำยิ่งกว่าเทวดาตามคติความเลื่อมใสประเทศพม่า มีบทบาทปกป้องรักษาสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนยกย่อง
ส่วนสาเหตุของชื่อ เทพทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรตรงนี้แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมประสงค์ จึงเป็นสาเหตุของชื่อ เทวดาทันใจ และเป็นหนึ่งในต้นสายปลายเหตุที่คนอีกจำนวนไม่น้อยท่องเที่ยวไหว้พระประเทศพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระประเทศพม่ากับ เทวดากระซิบบอก (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อเราไปไหวเทวดาทันใจแล้ว ส่วนมากเที่ยวประเทศพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการ เทวดากระซุบกระซิบ กันต่อเลย เนื่องจากว่าสถานที่ตั้งของเทวดากระซิบบอกนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพกระซิบกระซาบมีชื่อเรียกในภาษาพม่าว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรีของพญานาคที่ศรัทธาพุทธอย่างยิ่ง เมื่อตายไปจึงแปลงเป็น นัต
ส่วนสาเหตุของชื่อเทวดากระซิบกระซาบ และก็ความศักดาที่ยั่วยวนใจไหว้พระประเทศพม่านั้น บอกเลยว่ามีเหตุที่เกิดจากคนไทยนี่แหละ แต่เดิมชาวเมียนมาร์ก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แต่ไม่มีใครไปกระซิบกระซาบอะไร จนวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระประเทศพม่าได้พาชาวไทยไปรวมทั้งมองเห็นป้ายภาษาพม่าที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เนื่องด้วยมีพ่อค้าแม่ขายรอบๆนั้นชอบโหวกเหวกโวยวาย แต่ว่าไกด์เข้าใจผิดจึงบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าหากจะขอพรกับเทพองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” หลังจากนั้นลูกทัวร์คนประเทศไทยก็ไปกระซุบกระซิบขอพร ซึ่งแน่นอนชาวพม่าเห็นคนประเทศไทยทำแล้วก็สมหวังตามมุ่งมาดปรารถนาจึงเริ่มทำบ้างจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสุดท้าย
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ปิ้งกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระพม่านั่นคือ พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้เอามาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่สมัยพระผู้เป็นเจ้าบุเรงนอง นับว่าเป็นสิ่งศักดาที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามาช้านาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็ถือว่าไม่ธรรมดา ด้วยเหตุว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบพูกาม งดงาม อ่อนช้อย โดยมีคุณลักษณะเด่นตรงที่ตัววัดจะเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่สวยสดงดงาม ก็เลยเหมาะสมมากที่จะมาไหว้พระประเทศพม่าที่วัดนี้
5.สักการะพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
ถ้าหากประเทศไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งยั่วยวนใจนักเดินทางแล้ว ไหว้พระประเทศพม่าก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญด้วยเหมือนกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพุทธรูปปริมาณยาวโดยประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่ามีจุดแข็งตรงที่ดวงตาที่ดูหวานรวมทั้งจีวรที่เป็นพลิ้วๆส่วนตรงศูนย์กลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ ยิ่งกว่านั้นพระบาทยังมีลักษณะทับกันทำให้ผิดแผกกับศิลป์แบบไทยอีกด้วย

10 สิ่งที่จำต้องทราบและควรจะทำเมื่อท่องเที่ยวในพม่า

1. จัดเวลามากกว่า 1 อาทิตย์สำหรับในการเที่ยวเที่ยวชม
การเที่ยวเมียนมาร์จะต้องใช้เวลามากกว่า 1 อาทิตย์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สบายนักและเส้นทางที่ยาวไกล 1 อาทิตย์ดูเหมือนจะเร่งร้อนเหลือเกินแล้วก็ยังเที่ยวได้ไม่ทั่ว ถ้าเกิดคุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้คิดแผนเส้นทางท่องเที่ยวบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวหลัก 4 แห่งโดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักแห่งรวมทั้งบินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปและก็กินให้กระจัดกระจายในย่างกุ้ง
ปิ้งกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากยุคอาณานิคมกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองเชิญให้คิดถึงอดีตที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ตอนที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองงามเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธอันเจริญ ที่นี่ชุมชนคนจีน เนปาล และประเทศอินเดียตั้งอยู่เคียงคู่ชุมชนชาวเมียนมาร์ ที่พักราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่พุกาม
พุกาม ดินแดนลึกลับเหนือกาลเวลานี้เป็นที่ตั้งของวัดกว่า 2,000 แห่งที่ทำขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่าสวย ไปจนถึงวัดเล็กๆที่สร้างอย่างประณีตบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ที่นี่ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (โดยประมาณ 600 บาทต่อวัน) แต่ว่าการขี่จักรยาน (ประมาณ 90 บาทต่อวัน) เป็นแนวทางเดินทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวแบบเต็มวันและกระทำตนกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในพม่า ราคาเริ่มต้นที่ 5xx บาท
4. ศึกษาและทำการค้นพบความสงบและก็ประเพณีดั้งเดิมที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศพม่า) เป็นดุจกระจกสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันสวยงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือและก็ลำคลองที่ใช้คนขุด ที่นี่ยังคงรักษาจารีตประเพณีดั้งเดิม(แล้วก็ชาวประมงที่พายเรือด้วยเท้าข้างเดียว) บรรยากาศเงียบสงบ รวมทั้งกิจการค้าแบบเริ่มแรก อีกทั้งยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ รวมทั้งสวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล หากต้องการชมทะเลสาบแบบสงบเงียบไม่ต้องฝ่าผู้คนเราขอชี้แนะให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มลองของอร่อย และหัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันสวย
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันหลากหลายให้ทำจนกระทั่งล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการชมทิวทัศน์เมืองจากยอดเขามัณฑะเลย์ หลังจากที่ระหกระเหินทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ และก็หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มลองอาหารใหม่ๆจากร้านค้าเคลื่อนที่สองข้างทางซึ่งมีมากมายจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั้งเมือง รวมทั้งหัวเราะให้ลั่นกับญาติพี่น้องหนวดนักเล่นตลกการบ้านการเมืองที่จัดการแสดงขำขันวันแล้ววันเล่าในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ราคาเริ่มต้นที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน รวมทั้งนั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
หากการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังเร้าใจไม่พอ ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในพม่า รถไฟสายที่จะทำให้คุณใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองลงมาให้ได้ เนื่องจากว่าความสูงที่น่าหวาดเสียวจะทำให้คุณลืมไม่ลงไปเลยทีเดียว
7. ลงใต้ไปเยือนเกาะสรวงสวรรค์ หมู่เกาะมะริด เมียนมาร์
เนื่องจากว่าเขตตอนเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปได้ ทางใต้จึงเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าเพราะว่าได้เปิดให้เที่ยวดูได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งและก็ทวายเป็นเส้นทางที่ไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้แล้วก็ให้บรรยากาศเขตแดนสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าแปลก เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่สวยสดงดงามอัศจรรย์โดยคุณสามารถคิดแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือแล้วก็ทัวร์แบบค้างแรมหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มต้นที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองหนทางเป็น ฤดูท่องเที่ยวในต.ค.ถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแม้กระนั้นมีนักท่องเที่ยวล้นหลามและก็ตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างก.พ./มีนาคม ถึง พ.ค.ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าแม้กระนั้นอากาศก็ร้อนอย่างมาก ทดลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโฮเต็ล อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในพม่าคุณจะต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งแลกเปลี่ยนเงินใกล้บ้านหรือในจังหวัดกรุงเทพ ต่อจากนั้นนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดเหมาะท่าอากาศยาน เกสท์เฮ้าส์ หรือแบงค์ในประเทศพม่า เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทางดังเช่นว่า อาหาร ค่าเดินทาง แล้วก็ของฝาก ในพม่ามีตู้เครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติเฉพาะในเมืองใหญ่ 
10. ร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในประเทศพม่า
รักจะเที่ยวประเทศพม่าต้องศึกษาที่จะสนุกสนานไปกับการเดินทางบนรถบัสอันยาวนาน เนื่องจากเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั้งประเทศ รถบัสหลายคันจะออกตอนเวลาบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในช่วงค่ำ หรือรุ่งสว่างพรุ่งนี้ บนรถบัสชอบมีคาราโอเกะไว้บริการรวมทั้งบางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถยนต์ออกไปจนกระทั่งเป้าหมายเลยทีเดียว

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ท่องเที่ยวเมียนมาร์กับทัวร์ สบายกว่าท่องเที่ยวเองอย่างไร…?

ดำเนินการกันมาเหนื่อยๆตลอดปี ทดลองหาวันว่างสักนิดหน่อย ท่องเที่ยวใกล้บ้านที่ประเทศพม่ากันมั้ยค่ะ? ปี 2018 นี้ ประเทศพม่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนักท่องเที่ยวสนใจไปเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆกว่าทุกปี พูดได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งมากกว่าทัวร์ฮ่องกงและก็ประเทศสิงคโปร์กันเลยทีเดียวล่ะจ้ะ ต้นสายปลายเหตุหนึ่งที่ทำให้ ทัวร์ประเทศพม่า ได้รับความพอใจแล้วก็ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าก็คือ การไป ท่องเที่ยวประเทศพม่าด้วยตัวเอง นับว่ายังเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสะดวกสบายมากเท่าไรนัก ถ้าหากคนใดกันแน่ไม่ใช่สายฝ่าหรือจัดแจงรับการเสี่ยงได้ทุกสถานการณ์ ชี้แนะให้ ท่องเที่ยวพม่ากับทัวร์ น่าจะตอบปัญหามากกว่า ถ้าหากต้องการทราบว่าไปเที่ยวแบบซื้อ ทัวร์ประเทศพม่า สบายกว่าเที่ยวเองอย่างไรมาดูกันค่ะ
1.การติดต่อ
ในเมียนมาร์ รถสาธารณะแต่ละเมืองยังมีน้อย ทำให้การต่อรถหรือขึ้นลงเวลาจะเดินทางไปยังที่เที่ยวต่างๆบางทีก็อาจจะไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ ประกอบกับป้ายสำหรับบอกทางก็เป็นภาษาเมียนมาร์ทั้งหมด ทำให้อาจจะจะต้องใช้เวลามาก แถมบางทีอาจยังหลงทางแบบไม่คาดคิดอีกด้วย โดยเหตุนี้ถ้าเกิดจะไป ท่องเที่ยวพม่าด้วยตัวเอง จำเป็นต้องทำการบ้านหนักพอควรเลยล่ะค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดไปเที่ยวประเทศพม่ากับทัวร์ ก็จะสะดวกสบายมาก เพราะมีรถยนต์รับส่งตลอดทริป หากไปเที่ยวสถานที่ต่างๆที่แต่ละจุดไกลห่างกัน ไปกับทัวร์จะคุ้มกว่ามากมายเลยค่ะ
2.การสื่อสารภาษาพูด
ไปเที่ยวต่างชาติ สิ่งนึงที่ต้องพบเป็นขั้นตอนแรกก็คือความต่างในเรื่องของภาษา ในตัวเมืองย่างกุ้ง เรายังเพียงพอติดต่อภาษาอังกฤษกับคนท้องถิ่นได้ตามเดิม ตัวอย่างเช่น การสั่งอาหาร หรือถามทาง แม้กระนั้นหากออกท่องเที่ยวนอกเมืองปิ้งกุ้ง จะพบผู้คนที่ติดต่อสื่อสารภาษาอังกฤษได้ลดน้อยลง ก็อาจจะต้องใช้หลายๆทักษะเพื่อติดต่อสื่อสารกันให้รู้เรื่อง แม้กระนั้นถ้าไป ท่องเที่ยวกับทัวร์ ก็จะมีไกด์หรือผู้นำทัวร์ ช่วยคุย หรือจัดการตลอดการเดินทางเลยค่ะ
3.ร้านอาหาร
เรื่องชีพเป็นเรื่องจำเป็นเลยค่ะ ท่องเที่ยวก็ต้องได้ทดลองชิมอาหารของท้องถิ่นนั้นๆด้วย ถ้าเกิดท่องเที่ยวเองบางครั้งก็อาจจะทุกข์ยากลำบากหน่อยเวลาพบของกินที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นหน้าสั่งไปแล้วก็จำต้องมาลุ้นอีกว่ามันคืออะไร กินได้มั้ย แต่หากท่องเที่ยวพม่ากับทัวร์ไม่ต้องลุ้นเรื่องของกิน ว่ารสชาติจะถูกปากไหม สะอาดหรือไม่ เพราะบริษัททัวร์จะเลือกเฟ้นร้านอาหารที่ถูกสุขลักษณะ รสเข้ากับคนไทย แถมไม่ต้องต่อคิวคอยอาหารลงอีกด้วย
4.การไหว้พระขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เมียนมาร์ลือชื่อในเรื่องของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆหลายๆคนอยากท่องเที่ยวแสวงบุญที่ประเทศพม่าสักหนึ่งครั้งในชีวิต แม้กระนั้นถ้าหากท่องเที่ยวเอง ไปถึงสถานที่ทั้งทีถ้าหากไม่รู้จักขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องก็คงไปแบบงงมากๆทำอะไรไม่ค่อยถูก แล้วก็ไม่ทราบเช่นกันว่าที่ไหว้ไปแล้วเป็นแนวทางที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ถ้าท่องเที่ยวกับทัวร์ คุณจะได้รับบริการคำเสนอแนะจากไกด์ผู้ที่มีความชำนาญ รวมทั้งข้อเสนอแนะหัวข้อการแต่งตัว การภาวนา ไหว้พระ ขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในแต่ละสถานที่ พร้อมคำพรรณนาที่จะทำให้คุณรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นๆอย่างแม่นยำลึกซึ้ง
5.สะดวกมากมายเมื่อพาคุณพ่อและก็คุณแม่เที่ยว
แม้ลูกๆผู้ใด อยากพาคุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ท่องเที่ยวเมียนมาร์ ไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วิธีสำหรับการเลือกซื้อ ทัวร์พม่า ไปเที่ยวนั้นจะเหมาะอย่างยิ่งที่สุดเลยจ้ะด้วยเหตุว่าคุณจะได้ในเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบายในการเดินทาง อาหารต่างๆรวมถึงที่พักแบบนอนสบาย แถมยังไม่ต้องถือกระเป๋าสัมภาระเองให้เหน็ดเหนื่อยอีกด้วย
6.ไม่ต้องลุ้นเรื่องที่พัก
หากไป เที่ยวประเทศพม่าด้วยตัวเอง เวลาจองห้องพักไปแล้ว พอไปถึงที่พักคุณอาจจะต้องลุ้นว่าที่พักจะดีงามเหมือนกับที่อ่าน Review มาไหม แม้กระนั้นหากซื้อ ทัวร์พม่า ส่วนใหญ่ในโปรแกรมจะจัดที่พักอย่างยอดเยี่ยม เป็นโฮเต็ลระดับ 4-5 ดาว รับประกันว่าสะอาดและปลอดภัย พักได้สบายใจ ไม่ต้องลุ้นแน่นอนค่ะ
แนวทางในการเลือกซื้อ ทัวร์พม่า ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาสำหรับการวางแผนหรือศึกษาหาข้อมูลเที่ยวด้วยตัวเอง อีกทั้งถ้าหากว่าทริปนี้มีคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุร่วมทริปด้วย การไป ท่องเที่ยวพม่ากับทัวร์ ก็ดูจะสมควรและคุ้มมากยิ่งกว่าท่องเที่ยวเองแน่นอนค่ะส่วนคนไหนกันแน่เป็นสายฝ่า จะไปเที่ยวด้วยตัวเองกับแฟนหรือเพื่อนพ้องๆก็น่าจะได้ประสบการณ์ที่สนุกแปลกใหม่ไปอีกในลัษณะหนึ่ง ยังไงก็ทดลองเลือกการเที่ยวที่เหมาะสมกับตัวเองดูนะคะ

10 สิ่งที่ต้องทราบรวมทั้งควรจะทำเมื่อท่องเที่ยวในเมียนมาร์

1. จัดเวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์สำหรับในการท่องเที่ยวเที่ยวชม
การเที่ยวประเทศพม่าควรต้องใช้เวลามากกว่า 1 สัปดาห์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สะดวกนักและเส้นทางที่ยาวไกล 1 อาทิตย์ดูเหมือนเร่งร้อนเหลือเกินแล้วก็ยังเที่ยวได้ไม่ทั่ว ถ้าคุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้คิดแผนทางท่องเที่ยวบริเวณสถานที่สำหรับท่องเที่ยวหลัก 4 ที่โดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักแห่งแล้วก็บินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปแล้วก็กินให้กระจัดกระจายในย่างกุ้ง
ย่างกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากยุคอาณานิคมกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองเชิญชวนให้คิดถึงอดีตกาลที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในช่วงเวลาที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองสวยงามเป็นเครื่องหมายของพุทธศาสนาอันเจริญรุ่งเรือง ตรงนี้ชุมชนชาวจีน เนปาล และก็ประเทศอินเดียตั้งอยู่ข้างเคียงชุมชนชาวเมียนมาร์ ที่พักราคาเริ่มต้นที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่พุกาม
พุกาม ดินแดนลึกลับเหนือระยะเวลานี้เป็นที่ตั้งของสงฆ์กว่า 2,000 แห่งที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่าสวย ไปจนถึงวัดเล็กๆที่สร้างละเอียดลออบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ตรงนี้ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (ประมาณ 600 บาทต่อวัน) แต่การขี่จักรยาน (โดยประมาณ 90 บาทต่อวัน) เป็นวิธีเดินทางที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวแบบเต็มวันและก็ปฏิบัติตัวกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในพูกาม ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
4. ศึกษาและทำการค้นพบความสงบเงียบและจารีตเริ่มแรกที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นชั้นสองของพม่า) เป็นเช่นกระจกส่องสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันงดงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือและก็คลองที่ใช้คนขุด ที่นี่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมเก่าแก่(รวมถึงชาวประมงที่พายเรือด้วยเท้าข้างเดียว) บรรยากาศเงียบสงบ แล้วก็การค้าแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ รวมทั้งสวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล หากอยากดูทะเลสาบแบบสงบไม่ต้องฝ่าผู้คนเราขอชี้แนะให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มรสของอร่อย รวมทั้งหัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันงาม
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันมากมายให้ทำจนล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการดูวิวเมืองจากยอดดอยมัณฑะเลย์ ภายหลังที่ตะลอนทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ แล้วก็หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มรสของกินใหม่ๆจากร้านค้าเคลื่อนที่สองข้างทางซึ่งมีเยอะแยะมากซะจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งเมือง รวมทั้งหัวเราะให้สนั่นกับญาติพี่น้องหนวดนักเล่นตลกการเมืองที่จัดแจงแสดงตลกทุกๆวันในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน รวมทั้งนั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
ถ้าการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังตื่นเต้นน้อยเกินไป ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในเมียนมาร์ รถไฟสายที่จะทำให้ท่านใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมดูลงมาให้ได้ เนื่องจากความสูงที่น่าหวาดเสียวจะก่อให้คุณลืมไม่ลงไปเลยทีเดียว
7. ลงใต้ไปเยือนเกาะสรวงสวรรค์ หมู่เกาะมะริด ประเทศพม่า
เพราะเหตุว่าเขตด้านเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปได้ ตอนใต้ก็เลยเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าเพราะได้เปิดให้เที่ยวดูได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งและทวายเป็นทางที่ไม่มีอะไรเทียบเคียงได้และก็ให้บรรยากาศแคว้นสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าประหลาดใจ เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่สวยงามเกินจริงโดยคุณสามารถวางแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือรวมทั้งทัวร์แบบค้างคืนหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มต้นที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองทางเลือกคือ ฤดูท่องเที่ยวในตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแต่มีนักท่องเที่ยวล้นหลามแล้วก็ตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างกุมภาพันธ์/มี.ค. ถึง พ.ค.ซึ่งเป็นตอนๆที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าแต่อากาศก็ร้อนอย่างมาก ลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโรงแรม อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในประเทศพม่าคุณจำเป็นต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งแลกเงินใกล้บ้านหรือในกรุงเทพมหานคร แล้วหลังจากนั้นนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดถึงที่เหมาะสนามบิน เกสท์เฮ้าส์ หรือแบงค์ในประเทศพม่า เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทางตัวอย่างเช่น ของกิน ค่าเดินทาง และของฝาก ในพม่ามีตู้เอทีเอ็มเฉพาะในเมืองใหญ่ 
10. ขับร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในพม่า
รักจะเที่ยวประเทศพม่าจำเป็นต้องทำความเข้าใจที่จะสนุกไปกับการเดินทางบนรถบัสอันนาน เพราะเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั่วทั้งประเทศ รถบัสหลายคันจะออกตอนเวลาบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในช่วงเวลาค่ำ หรือรุ่งสว่างพรุ่งนี้ บนรถบัสมักจะมีคาราโอเกะไว้บริการรวมทั้งบางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถออกไปจนกระทั่งที่หมายอย่างยิ่งจริงๆ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ข้อมูลที่ควรรู้ในประเทศพม่า

การตรวจลงยี่ห้อ (VISA) 
คนประเทศไทยที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาจะต้องขอรับการตรวจลงตราจากสถานทูตพม่าก่อนเดินทางไปพม่า ซึ่งโดยปกติจะมีอยู่ 3 ชนิด คือ
– Tourist Visa พักพิงอยู่ในพม่าได้ 4 สัปดาห์
– Business Visa พักอยู่ในพม่าได้10 อาทิตย์
– Entry Visa พักอยู่ในพม่าได้ 4 สัปดาห์
คนที่ต้องการอยู่ในประเทศพม่าเกินกว่า 4 สัปดาห์ จะต้องยื่นเรื่องขอ Stay Permit จากกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของพม่า ดังนี้คนที่อยู่ในประเทศพม่าเกินกว่า 4 สัปดาห์ ต้องยื่น Departure Form ต่อทางการพม่าก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศพม่า
ชีวิตความเป็นอยู่ ความเป็นอยู่ในเมียนมาร์ มีความสบายเฉพาะอยู่ในกรุงย่างกุ้งและก็เมืองใหญ่ที่เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวเท่า นั้น ในกรุงย่างกุ้งมีโรงแรมชั้นเลิศได้มาตรฐานหลายแห่ง สำหรับผู้ที่จะไปอยู่เพื่อปฏิบัติงานหรือประกอบธุรกิจมีที่พักให้เลือกบ้านเช่า หรือ Serviced apartment การอยู่อพาร์ทเมนท์มีข้อดีในแง่ผู้เช่าไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจปัญหาไฟฟ้าและก็น้ำ น้ำประปา แต่ค่าใช้จ่ายในการเช่าค่อนข้างสูงส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคในกรุงย่างกุ้งหาซื้อได้ทั่วไปโดยมีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากไทยหลายอย่างแล้วก็ในกรุงปิ้งกุ้งมีร้านอาหารไทยหลาย ร้านค้า ผู้ที่จะเข้าไปเขตวัดหรือพุทธเจดีย์ ต้องถอดรองเท้าและก็ถุงเท้า บางที่เรียกเก็บเงินค่าเข้าชมสถานที่ด้วย รัฐบาลได้กำหนดห้ามคนต่างประเทศเดินทางไปยัง บางเมืองหรือบางพื้นที่ถ้าเกิดนักท่องเที่ยวต้องการไปเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวของประเทศพม่า ควรจะวิเคราะห์ข้อมูลกับบริษัทนำเที่ยวก่อนในกรุงย่างกุ้งมีรถประจำทางและรถ แท็กซี่ แต่คนขับรถแท็กซี่จำนวนมากกล่าวภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ราคาขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองด้วยเหตุว่ารถแท็กซี่ไม่มีมิเตอร์ ในกรุงปิ้งกุ้งมีสถานพยาบาลที่ล้ำสมัยไม่ กี่แห่ง และเหมาะสมเพียงแค่การปฐมพยาบาลแค่นั้น ผู้เดินทางไปประเทศพม่าควรจะจัดแจงยา ตัวอย่างเช่น ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้ท้องเสีย รวมทั้งยาประจำตัวไปด้วย แล้วก็ควรจะเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด
คำแนะนำ กรณีหนังสือเดินทางหาย ขอให้รีบแจ้งเหตุต่อโรงพักท้องถิ่น แล้วนำหลักฐานการแจ้งความไปยื่นต่อสถานทูต เพื่อขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ถ้าหากหนังสือเดินทางหมดอายุก็สามารถขอต่ออายุหรือขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่สถานทูตได้เช่นเดียวกัน คนที่อยู่ในพม่าควรจะสำรวจอายุหนังสือเดินทางอยู่เสมอ
ข้อควรกระทำ
1 ในที่สาธารณะควรแต่งตัวอ่อนน้อมถ่อมตน รัดกุม เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยยิ่งไปกว่านั้นการเข้าไปในวัดรวมทั้งศาสนสถานต้องถอดถุงเท้า รองเท้า ถุงน่อง คุณผู้หญิงไม่สมควรแต่งตัวด้วยกระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น
2 ควรมีความสำรวมในวัดรวมทั้งศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดังก่อกวนคนอื่นๆ (ทั้งนี้ วัดบางพื้นที่อาจเรียกเก็บค่าเข้าชมด้วย)
3 ควรจะให้ความเคารพนับถือต่อคนสูงอายุ แล้วก็ใช้คำกริยาวาจาสุภาพมีมารยาทเรียบร้อย
4 ต่อรองราคาผลิตภัณฑ์และก็ค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสารรถยนต์แท๊กซี่ได้
5 คนที่มีปัญหาสุขภาพควรจะตระเตรียมยาประจำตัวมาด้วย
6 ควรระมัดระวังเลือกกินอาหารแล้วก็น้ำกินจากร้านที่สะอาดถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะน้ำกิน ควรดื่มน้ำที่บรรจุในขวด
7 ควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐติดตัวมาให้พอเพียงเนื่องจากโรงแรมร้านในพม่า ส่วนใหญ่จะไม่รับบัตรเครดิตหรือ Traveller’s Cheque สภาพของธนบัตรควรอยู่ในภาวะใหม่ ดี ไม่ยับไม่มีรอยขูดขีดแล้วก็ควรจะเป็นแบงค์แบบใหม่ ดังนี้แบงค์ 100 ดอลลาร์สหรัฐ จุดหมายเลขเริ่มต้นด้วย CB โรงแรมแล้วก็ร้านรวงในเมียนมาร์อาจปฏิเสธที่จะไม่รับ
8 ด้วยเหตุว่าประเทศพม่าใช้ระบบการจราจรขับรถชิดทางด้านขวาของถนนซึ่งแตกต่างจากไทยควรต้อง ใช้ความระมัดระวังสำหรับเพื่อการเดินเท้าแล้วก็การข้ามถนนเพื่อเลี่ยงอุบัติเหตุ
ข้อไม่สมควรทำ
1 ไม่ควรกล่าวต่อว่า เปรียบพม่าในทางลบ ด้วยเหตุว่ามีชาวพม่ามากมายที่สามารถรู้เรื่องภาษาไทยได้
2 ประเทศพม่าได้แปลงชื่อประเทศเป็นthe Union of Myanmar ตั้งแต่ปี 2531 จึงไม่สมควรใช้ ชื่อเดิม(Burma) กับชาวพม่า

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า